[Zootopia Fanfiction] Can You Be My (Fake) Boyfriend? [1]

posted on 05 Mar 2016 09:39 by sup-pak-j directory Fiction, Cartoon

 

[Zootopia Fanfiction] Can You Be My (Fake) Boyfriend?

by Jane

Pairing : Nick x Judy

 

 

[1]

 

 

ถ้าจูดี้จำไม่ผิด ครั้งแรกที่พ่อกับแม่เริ่มพูดถึงเรื่องแต่งงานคือสามเดือนหลังจากเธอย้ายกลับมาทำงานที่ซูโทเปีย วันนั้นเธอเหนื่อยจากงานจึงไม่ได้คุยนาน รู้แค่พ่อกับแม่เกริ่นถึงเรื่องนี้แต่เมื่อเห็นสภาพอิดโรยของลูกสาวเลยวางสายอย่างรวดเร็วเพื่อให้เธอพักผ่อน

เธอลืมเรื่องนี้ไป

จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ต่อมา…

“นั่นพ่อแม่อยู่ที่ไหนคะ” จูดี้ถามเพราะว่าฉากหลังไม่ใช่บ้านของพวกเธอ

“ที่นี่บ้านลูกพี่ลูกน้องของลูกไงจ๊ะ” บอนนี่ตอบ สตูโผล่หน้าเข้ามายืนยันด้วย

กระต่ายสาวจึงถามต่อว่าไปทำอะไรที่นั่นล่ะ

“วันนี้เป็นวันแต่งงาน” สตูตอบอย่างอารมณ์ดี…อารมณ์ดีมาก

“งั้นเดี๋ยวหนูค่อยโทรหาพ่อกับแม่พรุ่งนี้ละกันนะคะ”

พ่อแม่ปฏิเสธทว่าญาติที่เดินเข้ามาทักทายทำให้ต้องเปลี่ยนใจ โบกมือลา บอกจะโทรหาพรุ่งนี้เช้า

และพ่อแม่ก็ทำเช่นนั้นจริงๆ

“จูดี้ พ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับลูก” เรื่องอะไรล่ะ “พ่อกับแม่มาคิดดูแล้วตอนนี้ลูกก็ถึงวัยแล้ว…”

จูดี้เดาว่าเธอจะต้องไม่ชอบประโยคต่อไปเท่าไร

“ลูกน่าจะแต่งงานได้แล้วนะ”

ว่าแล้วเชียว

เธอเผลอกลอกตา

“พ่อคะ แม่คะ หนูยังอายุไม่ได้เยอะสักหน่อยยังมีเวลาอีกตั้งเยอะสำหรับเรื่องนี้” ลูกสาวให้เหตุผล “อีกอย่างหนูยังสนุกกับงานอยู่เลย เรื่องนี้รอก่อนได้”

“แต่ลูกพี่ลูกน้องของลูกอายุน้อยกว่าลูกอีกนะ” สตูบอก

“และแต่งงานแล้ว” บอนนี่แทรก “เมื่อวานนี้”

“ตอนพ่อกับแม่แต่งงานก็อายุเท่ากับลูก” สตูเพิ่มอีกเรื่อง

                จูดี้หัวเราะ “นี่ยุคไหนแล้วคะ เราไม่จำเป็นต้องรีบแต่งงานก็ได้” ความจริงต่อให้อยู่ตัวเดียวทั้งชีวิตแต่ได้ทำงานเป็นตำรวจเธอก็ยอม

                เสียงบีบแตรดังจากด้านนอก ไม่ต้องมองเธอก็รู้ว่าคู่หูจิ้งจอกหนุ่มขับรถมารับไปทำงาน

                “พ่อคะ แม่คะหนูต้องไปทำงานแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ รักพ่อแม่ค่ะ บ๊ายบาย”

                โชคดีที่เย็นวันเดียวกันพ่อกับแม่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ทั้งคู่ไม่พูดถึงจนหนึ่งเดือนต่อมา พวกเขาโทรมาหลังไปร่วมงานเลี้ยงแต่งงานของญาติ (อีกแล้ว)

                ที่แย่ยิ่งกว่าคือพ่อกับแม่บอกว่าเจอกระต่ายหนุ่มตัวหนึ่งที่งาน

                “เขาดูดีมาก” แม่ว่า

                “เป็นเจ้าของราสเบอร์รี่กับแตงโม” พ่อเสริม

                “เป็นสุภาพบุรุษ”

                “เขาทำเค้กราสเบอร์รี่อร่อยด้วย” สตูโชว์เค้กที่ว่า ทานให้ดูและยังหยิบโทรศัพท์หมุนไปรอบๆ ให้เห็นว่าเหล่าพี่น้องกำลังทานเช่นกัน

                “ที่สำคัญ…เขาสนใจลูก” บอนนี่ตื่นเต้นมาก

                “โว้ๆ เดี๋ยวนะ นี่แม่เล่าเรื่องหนูให้เขาฟังเหรอ” จูดี้ขัด

                “อันที่จริงแม่เอารูปของลูกให้เขาดู” บอนนี่ยิ้มแป้น

                จูดี้อยากเอาหัวโขกโต๊ะ แม่ของเธอไม่สังเกตเห็นจึงพูดต่อเรื่องหนุ่มที่ว่า บอกจะส่งรูปให้ดู จูดี้ไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจเลยรับปากว่าจะลองดู

                รูปถูกส่งมาแทบจะทันทีเมื่อวางสาย หนุ่มที่พ่อกับแม่ชมนั้น โอเค หน้าตาถือว่าใช้ได้แต่จูดี้นึกขำ เขาถ่ายเซลฟี่ไม่ค่อยสวย ไม่ได้รู้มุมที่ดูดีเลย ไม่เหมือนหนุ่มจิ้งจอกที่ถ่ายเซลฟี่ได้ดีราวกับเป็นนักเซลฟี่มืออาชีพ

               

 

 

                “เขาเป็นยังไงบ้าง”

                “เขาไหน” จูดี้ไม่เข้าใจคำถามของพ่อแม่

                ทั้งคู่ตอบแทบจะพร้อมกัน หนุ่มกระต่ายที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อวาน

                “คือเขาก็ดูดี…” จูดี้ยอมรับ ผู้ใหญ่สองตัวรีบพูดเชียร์ “ใจเย็นก่อนค่ะ หนูจะบอกว่าเขาดูดีแต่ไม่ใช่สเป็ค”

                “แล้วสเป็คลูกเป็นแบบไหนล่ะเดี๋ยวพ่อกับแม่จะช่วยคัดกระต่ายหนุ่มที่นี่ให้”

                “ไม่ๆ เรื่องแบบนี้หนูต้องเลือกเองสิคะ”

                “แต่พ่อกับแม่อยากช่วย”

                “อย่างหนุ่มที่อยู่ข้างบ้านเรานี่ใช่สเป็คลูกไหม จำได้หรือเปล่า” แม่พูดลักษณะให้ฟัง

                จำได้แต่ไม่ใช่สเป็ค…เธอคิด

                “แต่หนุ่มนั่นก็ดีนะ ที่เราเจอในงานประกวดแครอทยักษ์” พ่อเริ่มพูดถึงกระต่ายอีกตัว

                “ใช่ๆ จริงด้วยค่ะสตู เราน่าจะแนะนำลูกเรากับเขาให้รู้จักกันนะ”

                “ไม่อยากขัดเลย แต่หนูคงยังไม่กลับบันนี่เบอร์โรว์เร็วๆ นี้หรอกนะคะ” จูดี้พยายามทำให้พ่อแม่ใจเย็น

                “ถ้างั้นเราพาเขาไปหาลูกก็ได้” พ่อปรบมือ แม่ก็เห็นด้วย

                จูดี้รีบบอกว่าไม่ต้อง แต่ทั้งคู่ไม่ฟังซะแล้ว วินาทีนั้นเธอไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเผลอบอกออกไปว่า “หนูมีคนที่ชอบแล้ว”

                สตูกับบอนนี่หยุด มองลูกสาวอย่างตกใจ

                “ลูกมีแฟนแล้วเหรอ”

                “เอ่อ หนูไม่ได้พูดอย่าง…”

                “ลูกมีแฟนแล้ว ที่รัก ได้ยินไหม”

                “ได้ยินค่ะ” บอนนี่ตื่นเต้นกว่าเก่า “ดีจังเลย ถ้าแบบนั้นเราก็ไม่ต้องหาใครแล้ว”

                อย่างน้อยประโยคหลังก็ทำให้เธอโล่งอก

                “ใครเหรอ ใคร” กลายเป็นว่าสนใจเรื่องนี้แทน

                “ เอ่อ คือ…”

                “พาเขามาที่บันนี่เบอร์โรว์สิ”

                !!!

                “ใช่แล้ว น้องๆ ก็อยากเจอใช่ไหม” พวกน้องๆ 275 ชีวิตดูตื่นเต้นตามแม่ “อีกหนึ่งเดือนจะมีงานเทศกาล พวกเราอยากให้ลูกกลับมาบ้านนะ แล้วก็พาพ่อหนุ่มที่ว่ามาด้วย พ่อกับแม่แล้วก็น้องๆ จะคอยนะ”

                โอ้…ไม่นะ

                สมองของจูดี้ทำงานอย่างรวดเร็ว เธอจะบอกพ่อกับแม่อย่างไร ถ้าบอกว่าเธอพ่อกับแม่เข้าใจผิดพวกเขาก็จะต้องหาคู่ให้อีกแน่และเธอจะต้องรับฟังเรื่องนี้ไปอีกนาน แต่ถ้าไม่บอกก็ต้องหาแฟน…

                “ช่างเถอะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปได้เอง” เธอคิดในแง่ดีเช่นทุกครั้ง

 

 

edit @ 5 Mar 2016 09:40:23 by Sup-paK

[Zootopia Fanfiction] Am I Your First Fox Friend?

posted on 03 Mar 2016 20:10 by sup-pak-j directory Fiction, Cartoon

 

 



[Zootopia Short Fanfiction 2]

Am I Your First Fox Friend? by Jane

Pairing : Implied Nick x Judy

 

 

นิค ไวลด์เข้าใจว่าตัวเขาเป็นเพื่อนจิ้งจอกและเป็นเพื่อนนักล่าตนแรกของจูดี้ ทว่าวันนี้เขาเพิ่งจะค้นพบความจริงว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

“เฮ้! จูดี้!” คลอว์ฮอว์เซอร์ส่งเสียงดังพร้อมโบกมืออ้วนๆ เมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูสถานีตำรวจเข้ามา “มีจิ้งจอกแดงมาขอพบเธอล่ะ”

 

“ใครเหรอ” จูดี้ถาม จังหวะเดียวกับที่จิ้งจอกแดงที่ว่าหันกลับมา นิคมองเพื่อนตกใจก่อนจะยิ้มกว้าง กึ่งกระโดดกึ่งวิ่งเข้าไปหาจิ้งจอกนั่น

 

“กีเดียน เกรย์” เธอเรียกชื่อเขา “มาทำอะไรที่นี่ นายมาหาฉันเหรอ”

 

“พอดีฉันมาธุระที่นี่เลยแวะมาดูน่ะ” กีเดียน เกรย์หัวเราะ

 

“หืมมม” จูดี้กอดอก “ดีใจที่ได้เจอนายนะ”

 

คิ้วของจิ้งจอกอีกตัวในที่นั้นกระตุก

 

“ฉันก็ดีใจ…โอ้! เกือบลืม พ่อแม่ของเธอฝากให้ฉันเอาผักกับผลไม้จากสวนมาให้เธอด้วย”

 

จิ้งจอกนี่รู้จักพ่อแม่ของแครอท…นิคไม่รู้ตัวว่าเขาขมวดคิ้ว

 

“แล้วฉันยังเอาพายบลูเบอร์รี่ที่ฉันทำเองมาให้ด้วย” เขายื่นตะกร้าปิกนิกที่ติดตัวมาให้กับจูดี้ มันใหญ่จนเธอแทบถือไม่ไหว

 

“กลิ่นหอมมากเลย!” เจ้าหน้าที่เสือตัวอ้วนทำจมูกฟุดฟิด

 

“ถ้ากินตอนที่ยังร้อนจะอร่อยมาก” กีเดียน เกรย์ว่า คลอว์ฮอว์เซอร์ปรบมือชอบใจ จูดี้หยิบพายออกมา แต่ชะงักไป

 

“โอ้! ฉันลืมไปว่าเดี๋ยวฉันจะไปกินมื้อเย็นกับ…” เธอหันมามองนิค ขอบคุณพระเจ้าที่เธอจำได้แล้วว่าเขายังอยู่ที่นี่ด้วย “กีเดียน เกรย์นี่นิค...คู่หูฉัน นิค…นี่กีเดียน เกรย์เพื่อนสมัยเด็กจากบันนี่โรว์”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” กีเดียน เกรย์ดูดีใจที่ได้เจอเพื่อนร่วมสายพันธุ์

 

 นิคทักตอบ  ทำตัวเป็นปกติที่สุด

 

“ไม่นึกเลยว่าจิ้งจอกจะเป็นคู่หูของกระต่ายได้”

 

“ใช่เลย” นิคตอบ “ฉันก็ไม่เคยคิดมาก่อน”

 

จูดี้ยักไหล่ “แม้แต่จะฝันยังไม่เคยเลย”

 

“พายนี่อร่อยมากเลย!” คลอว์ฮอว์เซอร์แทรกขึ้นมา “นายน่าจะมาที่นี่บ่อยๆ นะ”

 

นิคไม่คิดว่านั่นเป็นความคิดที่ดีนะ

 

 

 

 

พวกเขาเลือกร้านอาหารใกล้ๆ กับสถานี จูดี้เลือกทานแครอทย่างราดซอส ขณะที่นิคเลือกสเต็ก ทานจนเสร็จกระต่ายสาวจึงหยิบพายบลูเบอร์รี่ที่เหลือครึ่งหนึ่ง (อีกครึ่งเสร็จเจ้าหน้าประจำแผนกประชาสัมพันธ์) ออกมา เธอบอกว่าเป็นของหวานหลังของคาว

 

“นายไม่ลองเหรอ” จูดี้เห็นอีกฝ่ายมองพายนิ่งแต่ไม่หยิบสักที “นายชอบบลูเบอร์รี่นี่”

 

“ไม่ล่ะ ฉันอิ่ม” นิคบอก

 

“หืมมม น่าเสียดายออกจะอร่อย”

 

นิครู้สึกมวนท้อง บางทีสเต็กนี่อาจจะบูดซะแล้ว

 

 

 

 

 

            เช้าวันต่อมานิคตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่สบาย

 

 ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย

 

Tru…Tru…Tru…

 

ผู้ที่โทรเข้ามาคือกระต่ายสาวนั่นเอง

 

“นายตื่นหรือยัง เห็นนายบอกว่าเมื่อวานว่าปวดท้อง ฉันเลยลองค้นหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกอาการมาฉันสิจะดูว่ามันเข้ากับอาการไหน” ได้ยินปลายสายพึมพำว่าท้องเสีย ท้องอืด อาหารเป็นพิษ ติดเชื้อในลำไส้…เอ…ต้องแยกเฉพาะลำไส้ของจิ้งจอกไหม…พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงพิมพ์ก๊อกแก็ก จูดี้น่าจะพิมพ์หาข้อมูล

 

“ไม่เป็นไร” นิคพึมพำ

 

“นายว่าไงนะ”

 

“ฉันว่าอาการปวดท้องของฉันหายไปแล้วล่ะ”

 

จูดี้ไม่เข้าใจ

 

นิคไม่พูดอะไร

 

 

 

 

กีเดียน เกรย์กลับมาอีกครั้งตอนสายในวันนี้ เขามาพร้อมพายบลูเบอร์รี่ คลอว์ฮอว์เซอร์ดีใจอย่างไม่ปิดบังเลย เผลอทำน้ำลายหก ดีที่ไม่โดนขนม

 

“ลองกินดู” จูดี้ส่งขนมให้นิค “โชคดีที่วันนี้นายหายปวดท้องแล้ว”

 

“เอ่อ…” นิคลังเล “ฉันขอผ่านดีกว่า”

 

“นายทำแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ” จูดี้เตือน

 

นิคเลิกคิ้ว ก่อนจะเอามือกุมท้อง ร้องโอดโอย “ฉันว่า…อาการฉันกำเริบอีกแล้ว ฉันน่าจะต้องไปโรงพยาบาล”

 

ตำรวจสาวหรี่ตา

 

“โอ๊ยยยยยยยยย”

 

“ก็ได้” จูดี้วางพายลงบนโต๊ะ หันไปพูดกับกีเดียน เกรย์ “โทษทีนะ ฉันต้องพาเขาไปหาหมอก่อน”

 

กีเดียน เกรย์เข้าใจ เขาเลยขอตัวไปทำธุระต่อ

 

“เดี๋ยวฉันเฝ้าขนมให้เอง” เจ้าหน้าที่เสืออาสา

 

“ได้เลย แต่เหลือไว้สักชิ้นนะ” จูดี้รู้ทัน

 

“โอเค” เขารับปาก

 

 

 

 

                ทั้งสองขึ้นรถตำรวจของตนเอง เมื่อขึ้นนั่งเรียบร้อยจูดี้ก็เริ่มเปิดคำถามทันที เธอรู้ว่านิคแกล้งปวดท้อง

 

                “ไม่นะ ฉันปวดจริงๆ ปวดสุดๆ โอ๊ยยย” จิ้งจอกแสร้งเอามือกุมท้อง

 

                กระต่ายหรี่ตา “งั้นเหรอ” เธอสตาร์ทรถ ขับออกไป ไม่ตอบคำถามว่ากำลังจะพาไปไหน จนติดไฟแดงเธอถึงยอมตอบ

 

                “ก็จะพานายไปหาหมอ ฉีดยาไง”

 

                “อะไรนะ!?” นิคตาโต “นี่ฉันแค่ปวดท้องนั่งสักพักก็หาย”

 

                “ไม่ได้ๆ ถ้านายเกิดเป็นลำไส้อักเสบจะทำยังไง ต้องไปให้หมอฉีดยา เอ็กซเรย์ ส่องกล้องจากนั้นก็ผ่าตัด” จูดี้ขู่

 

                “เธอพูดเล่นใช่ไหมแครอท มุกนี้ทำฉันขำมากเลย” นิคฝืนหัวเราะ แต่หน้าผากเริ่มเหงื่อออก

 

                “ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ บอกแล้วไงว่าฉันไปหาข้อมูลมา”

 

                เอาสิ…

 

                สัตว์สองตัวจ้องตากัน

 

                “ก็ได้” จิ้งจอกหนุ่มยอมแพ้ก่อน อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ รีบถามว่าเขาเป็นอะไร “ก่อนฉันจะตอบเธอต้องจอดรถข้างทางก่อน รับประกันว่าจะไม่ขับไปโรงพยาบาล”

 

                จูดี้ยอมทำตาม พอรถจอด ยังไม่ทันนิ่งสนิทนิคก็คว้าที่จับประตูเพื่อจะลง

 

                แกร็ก!

 

                “นี่เธอใส่กุญแจมือฉันเหรอแครอท” แต่เขาก็ช้ากว่าเธอที่เตรียมกุญแจมือแล้วคล้องมันบนข้อมือข้างซ้ายของเขาเข้ากับมือขวาของเธอ

 

                “นายไม่สามารถหลอกฉันได้หรอก ที่รัก” ยักคิ้ว ยิ้มกว้าง

 

            ให้ตายสิ! ถ้าฟินนิคอยู่ที่นี่คงล้อเขาตายแน่

 

                จิ้งจอกเจ้าเล่ห์พยายามคิดหาทางหนีทีรอด เขานึกออกแล้ว ทว่ายังไม่ทันพูด…

 

                “ตกลงนายเป็นอะไรกันแน่ ฉันเป็นห่วงนายนะนิค” แค่ประโยคเดียวทำให้ความคิดจะหนีมลายหายไปในพริบตา โอเค…เขาแพ้แล้ว

 

                “ฉันไม่พอใจ”

 

                “เรื่องอะไร”

 

                “ฉัน…” นิคหันหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่าง “ฉันคิดว่าฉันเป็นเพื่อจิ้งจอกตนแรกของเธอ…แต่มันไม่ใช่แบบนั้น”

 

                “นายหมายถึง…กีเดียน เกรย์เหรอ”

 

                นิคพยักหน้า

 

                “นายอิจฉากีเดียน เกรย์แค่เพราะเขาเป็นเพื่อนจิ้งจอกของฉันก่อนนายเหรอ”

 

                เขานิ่งก่อนพยักหน้ายอมรับ

 

                “…”

 

                “…”

 

                “…นิค เอ่อ นายรู้อะไรไหม ฉันรู้จักกีเดียน เกรย์ตั้งแต่เด็กก็จริงแต่…ทั้งฉันทั้งเขาก็ไม่ได้มองว่าเราเป็นเพื่อนกันหรอกนะ เราเพิ่งจะเป็นเพื่อนกันไม่นานนี้”

 

                “นั่น…” นิคหันกลับมา “หมายความว่ายังไง เธอตั้งใจจะบอกอะไรฉันแครอท”

 

                “ฉันตั้งใจจะบอกว่า ฉันกับกีเดียน เกรย์…เราเพิ่งจะเป็นเพื่อนกันตอนที่ฉันลาออกจากตำรวจแล้วกลับไปที่บ้าน นั่นแปลว่า…” จูดี้สรุป “นิค นายเป็นเพื่อนจิ้งจอกตัวแรกของฉัน”

 

                ดวงตาของจิ้งจอกค่อยๆ เบิกกว้าง รอยยิ้มเองก็เช่นกัน

 

                “พูดอีกรอบสิ”

 

                “นายเป็นเพื่อนจิ้งจอกตนแรกของฉัน นายจิ้งจอกขี้แย” จูดี้ยิ้ม

 

                “ฉันไม่ได้ขี้แยสักหน่อย” นิคเถียง น้ำเสียงไม่ได้โกรธสักนิด

 

                “โอ้ นายขี้แย” จูดี้หัวเราะพลางใช้กุญแจไขกุญแจมือของพวกเขา “อันที่จริง…ถึงนายจะไม่ได้เป็นเพื่อนจิ้งจอกตนแรก นายก็ยังเป็นจิ้งจอกตนแรกที่…”

 

                Beep…Beep…

 

                นี่สารวัตรโบโก แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตัวทราบ ขณะนี้มีเหตุการณ์ปล้นธนาคารของพวกตัวเม่นที่เขต… ให้เจ้าหน้าที่ไปที่นั่นเดี๋ยวนี้’

 

                “นี่เจ้าหน้าที่ฮอบบ์! รับทราบค่ะ! กำลังจะไปเดี๋ยวนี้” ตำรวจสาวผู้จริงจังกับหน้าที่รีบตอบวิทยุสื่อสาร เธอสตาร์ทรถ

 

                หมับ!

 

                นิคยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอ

 

                “เดี๋ยวสิ เมื่อกี้เธอจะบอกอะไรฉันนะ”

 

                “ฉันจะบอกอะไรนาย” จูดี้ทวน “อ่อ ฉันจะบอกนายว่านายเป็นจิ้งจอกตนแรกที่ฉัน…”

 

                นิคกลืนน้ำลาย

 

                “ฉัน…”

 

                เสียงไซเรนดังขัดจังหวะ รถคันหนึ่งขับผ่านไปอย่างรวดเร็วตามด้วยรถตำรวจอีกสองคัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือรถของโจรปล้นธนาคารที่ได้รับแจ้งเข้ามา

 

                “ฉันจะบอกว่าให้นายจับไว้ให้ดี จะซิ่งแล้วนะ!”

 

                “เดี๋ยว…ฉันยังไม่ได้ตั้งตัว!” ช้าไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไฟแรงเหยียบคันเร่งแทบมิด นิคมองเสี้ยวหน้าของกระต่ายสาว เขาถอนหายใจ ยิ้มเล็กๆ แล้วหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม

 

                เอาเถอะ เขายังมีเวลา ไว้เสร็จคดีนี้ค่อยถามเธอละกัน 

 

 

.          .......................................................